กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
ผมแกะเก้าอี้ออกมาเปลี่ยนพรมครับ ทีนี้ผมจำลำดับน๊อตกับแหวนที่ใส่ไม่ได้สิครับ ส่วนของรางด้านข้างเก้าอี้ที่ยึดกับตัวถังหน่ะครับ มันจะมี

1 น๊อต
2 ห่วงเล็กๆ
3 แหวนหนาประมาณ 5 มิล
4 ตัวราง
5 ตัวแป้น
6 ตัวรถครับ

ผมเลยอยากทราบลำดับการเรียงครับ เช่น ตัวถังรถ แหวน ห่วง แป้น ราง น๊อต อะไรอย่างเนี้ครับ

ขอบคุณครับ
22
Miata ห้องนั่งเล่น / Re: ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 2 (2/2)
« กระทู้ล่าสุด โดย MIATA TURBO เมื่อ มีนาคม 06, 2018, 08:31:02 PM »
รูปเพิ่มครับ
23
Miata ห้องนั่งเล่น / ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 2 (2/2)
« กระทู้ล่าสุด โดย MIATA TURBO เมื่อ มีนาคม 06, 2018, 08:28:14 PM »
Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 2 (2/2)

========
รุ่นพิเศษ

BRG
ในปี 1991 เพื่อฉลองความสำเร็จในการขาย MX-5 ในอังกฤษ จึงมีรุ่น Limited Edition ออกมา 250 คัน สีภายนอกเป็นสีเขียว British Racing Green (BRG) ภายในสี Tan มาพร้อมล้อทำพิเศษเฉพาะรุ่นนี้เท่านั้นจาก Mazda Sports Workshop (MSW) (ซึ่งคนมักเข้าใจผิดเป็นล้อ BBS) และมีแผ่นทองเหลืองระบุหมายเลขลำดับรถ (1/250 -250/250) บนคอนโซลเหนือลิ้นชักคนนั่งข้างและระบุหมายเลขลำดับรถในคู่มือรถด้วย

Le Mans
นอกจากนี้ อังกฤษยังออกรุ่นฉลองการชนะ 1991 24hours of Le Man ของ Mazda 878B ซึ่งเป็นสีเขียวแดง ของรถแข่งที่ชนะเลยและใส่ชุด Turbo ของ Brodie Brittain Racing (BBR) ซึ่งทั้งเวลานั้นและปัจจุบันก็เป็นรุ่นหายากที่คนใฝ่ฝันกัน

1500LE
ในปี 1993 ก็มีรุ่นพิเศษ 1500 LE (Limited Edition) ออกมาอีก โดยภายนอกสีดำ มีเบาะหนังสีแดง วิทยุรุ่นดีขึ้น หัวเกียร์Nardi พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมPower, Cruise Control เฟืองท้ายlimited กระจกไฟฟ้า แอร์ ล้อBBS Bilstein Shocks Stainless Sill Plate

Laguna Blue Mica
ในปี 1994 และ 1995 นี่เองที่ Mazda ออกสีฟ้าอ่อน Laguna Blue Mica มาให้เลือกกัน ทำให้ตัวรถสีโรงงานนี้ ถือว่าหายาก

R Package
ในปี 1994 มีการออก R Package โดยมี Bilstein Shocks พร้อมกันโคลงที่หนึบขึ้น สปริงปรับใหม่, ลิ้นหน้าลิ้นหลัง และเฟืองท้ายLimited Torsen แอร์เป็น option แต่ไม่มีเบาะหนัง, ไม่มีพวงมาลัยpower และไม่มีเกียร์ออโต้ ให้เลือกในรุ่นนี้ เรียกว่ามาดิบๆ สามารถสังเกตุได้จาก ตรา miata ท้ายรถจะเป็นสีแดง แทนที่สีดำในรุ่นทั่วๆไป

M Edition
เป็นรุ่นประจำปี เอาตัว C Package ของแต่ละปี มาทำสีพิเศษ และบางปีล้อลายพิเศษด้วย

Berkeley Limited Edition
400 คัน ขายในตลาดอังกฤษ ปี 1999

Special Touring Option (STO)
1,500 คัน ขายในตลาดสหรัฐ ปี 1997

M2-1001 Cafe Roadster Limited
ผลิตในเดือนธันวาคม 1991 เพียง 300 คัน สี Blue/Black Mica ราคา 26,000 USD โดยผู้ที่จะซื้อต้องไปลงชื่อจับฉลากด้วยตนเองที่สำนักงานใหญ่ของ M2 ใน Tokyo มาพร้อมกันชนหน้าแบบมีลิ้นในตัวและไฟตัดหมอก กระจกมองข้างทรงvintageลู่ลม(ทรงหัวกระสุน) rollbar4จุด เกจvintage เบาะ bucket seat หลังแข็ง พวงมาลัยสามก้านขัดเงา ช่วงล่างหนึบขึ้น tunedแบบM2 ค้ำshocksหน้าอลูมิเนียมขัดเงา ระบบไอดีไอเสียHKS ลูกสูบแต่ง แคมและฟลายวีลลดน้ำหนัก ได้ม้ามา 132HP. 148NM. (เครื่อง 1.6L NAุุุุุุุุุุ6 ) หม้อน้ำพิเศษ LSD แป้นคันเร่ง เบรก คลัช แบบracing ล้ออัลลอยpanasport 15x6 spoiler หลัง (ตอนหลังเอาไปใส่ใน R Package ด้วย) พวงมาลัยไม่power กระจกมือหมุน แอร์เป็นoption ไม่มีคอนโซลกลางท้าวแขน ตัวหน้ากากวิทยุแบบสั้นลง(สูงน้อยลง) ปรากฎว่ามีการโก่งราคากันไปถึึง 35,000 USD กันเลยที่เดียว

M2-1002 Vintage Roadster Limited
ผลิตในเดือนพฤศจิกายน 1992 เพียง 300 คัน มีการเปลี่ยนทรงกันชนหน้าเล็กน้อย นอกนั้นเหมือน M2-1001 หมด ปรากฎว่านิยมน้อยกว่า แต่ก็หายากเหมือนกัน

M2-1028 Street Competition Roadster Limited
ผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ 1994 ผลิตเพียง 300 คัน ชูจิตวิญญาณ Jinba Ittai อย่างเข้มข้นโดยโฆษณาว่าเป็น "โรดสเตอร์ที่พร้อมลงสนาม" มีสองสีให้เลือก คือสีขาว Chaste White และสีดำ Brilliant Black มาพร้อมเครื่อง 1.8L (NA8) ลูกสูบและแคมแต่ง ม้าออกมาเฉียด 150HP. และของอื่นๆที่ใส่มาใน 1001 และ 1002 ซะส่วนใหญ่ ล้ออัลลอย 14 นิ้ว โรงงานพะตรา Eunos สีพิเศษเทาดำ Gun Metal ขัดเงา กระจกมองข่างน้ำหนักเบา พวงMomo ไม่มีคอนโซลกลางท้าวแขน เบาะแข่ง ตะขอลากรถ ลิ้นหน้า (ตอนหลังเอาไปใส่ใน R Package ด้วย) ฝากระโปรงหลังอลูมิเนียมหนักเพียง 3.5kg. (ฝาเหล็กปกติ 7kg.)แบบตูดเป็ดเป็น Spoiler ในตัว rollbarแบบหกจุด หลังคาประทุนไม่ให้มา แต่ให้ผ้าใบเอาไว้ขึงกับrollbarดิบๆแบบนั้นเลย หลังคาแข็งเป็นoption ทำจาก FRP with Plexi Glass หนักเพียง 8.6kg.

========
M2 Incorporated (เอ็มทู หรือ มาสด้าทู) เป็นบริษัทลูกของ Mazda ในปี 1990-1995 ดำเนินงานโดย Masakatsu Kato ที่ร่วมออกแบบ MX-5 นั่นเอง มีหน้าที่สร้างชิ้นส่วนแต่งรถ และ bodypartแต่งต่างๆ นอกจากนี้ยังนำรถทั้งคันมาแต่งพิเศษดังนี้

MX-5 ทำเป็น M2-1003, M2-1005, M2-1006, M2-1007 และ M2-1031 (ที่เป็นรุ่นเด่นอื่นๆ ดูข้างบน)

RX-7 ทำเป็น M2-1020

Autozam AZ-1 ทำเป็น M2-1014 และ M2-1015

========
Turbo

ในตลาดอังกฤษ สำนัก Brodie Brittain Racing (BBR) (ตัวทีสองตัว/ ยืนยัน) แห่งเมือง Brackley มีประวัติยาวนานกับรถ MX-5 NA ทั้งเป็น supplier ให้บรรดา dealers ต่างๆที่ขาย BBR Turbo Version มีชิ้นส่วน 68 ชิ้น ช่วงปี 1990-1991 ทำม้าได้ 150HP. Torque 209NM. รวมๆ 750 คันในประเทศ (มีรุ่น Le Mans รวมอยู่ 150 คัน) และส่งออกชุด Turbo Kits อีกประมาณ 150 ชุด

ผ่านไป 20 ปี ในปี 2011, BBR มีบริการฟื้นฟู MX-5 NA ปะผุ ทำสี เบาะ ภายใน ล้อ รวมถึงการใส่ Turbo ด้วย (Garrett GT25 Ball Bearing) Inter กล่องแต่ง piggy bag คราวนี้พกม้ามา 220HP. 237NM. ความเร็วสูงสุด claimed ไว้ 230km/h, 0-100km/h ใน 5.5 วินาที คร่าวๆงบประมาณในการฟื้นฟูและ Turbo ประมาณ 7,500 GBP

ในตลาดสหรัฐ ทั้งใน NA และรุ่นต่อๆมา มีบริษัทรับทำอยู่ เช่น Flying'Miata, Bell Tuning ส่วนใหญ่ใช้ตัว Turbo Garrett 2860, 2556

ประวัติ Mazda MX-5, The Introduction
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=260348211170301&id=260183984520057

ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 1 (1/2)
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=263095137562275&id=260183984520057

ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 2 (2/2)
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=263444240860698&id=260183984520057

========

========
Facebook Page: ทุกเรื่องที่มีล้อ และวิ่งได้

ขอบคุณทุก Follows และทุก Likes ครับ
========

เพจสอนภาษาอังกฤษ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=964273607053218&id=950904501723462

========
Facebook Page: GTG and Students
.
Thanks for all your Follows and Likes
.
Instagram: GTG and Students
Twitter: GTG and Students
========
Photos are courtesy of stonecoldclassics.com, pistonheads.com, topgear.com, topclassiccarsforsale.com, grassrootsmotorsports.com, miata.net, imcdb.org, mx5-mazda.co.uk, ajfoley.com, southwestroadsterd.co.uk, twitter.com, mx5international.com,
24
Miata ห้องนั่งเล่น / Re: Mazda MX-5, The Introduction.
« กระทู้ล่าสุด โดย boomizz เมื่อ มีนาคม 06, 2018, 02:54:50 PM »
ตามอ่านครับ
25
ถ้าได้ดอกกุญแจไม่ครบทำอย่างไรครับ
26
Miata ห้องนั่งเล่น / Re: ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 1 (1/2)
« กระทู้ล่าสุด โดย MIATA TURBO เมื่อ มีนาคม 05, 2018, 08:32:54 PM »
รูปเพิ่มครับ
27
Miata ห้องนั่งเล่น / ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 1 (1/2)
« กระทู้ล่าสุด โดย MIATA TURBO เมื่อ มีนาคม 05, 2018, 08:29:41 PM »
Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 1 (1/2)

Mazda MX-5 ตัวแรกที่คนไทยและทั่วโลกเรียกตามรหัสตัวถังว่า NA (แต่ผูกโบได้นะไม่ผิด) อวดโฉมครั้งแรกที่งาน (วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ) 1989 Chicago Auto Show โดยจะจัดส่งให้ผู้ซื้อทั่วโลกในฐานะ MY1990 (Model Year/ รุ่นปี) ไปที่สหรัฐและแคนาดาในเดือน พค. 1989, ญี่ปุ่นวันที่ 1 กย. 1989 (ของไทยส่วนใหญ่ก็น่าจะนำเข้ามาจากสายนี้) และยุโรปในปี 1990 ตามลำดับ

ตัวหลังคาแข็งก็ทำเป็น option ออกมาในเวลาเดียวกับรถ ทำจากวัสดุ Sheet Moulding Compound (SMC/ วัสดุโพลีเอสเตอร์เสริมแรงด้วยไฟเบอร์กลาส) และมาสด้าสุโกศล ตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยตอนนั้น เอาติดรถนำเข้ามาให้ทุกคัน (ขอบคุณครับ)

ในตลาดทั่วโลก ยอดจองตอนนั้นถล่มทลายผลิตไม่ทัน ยิ่งพวกสื่อนักเล่นรถยิ่งประโคมข่าวว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ build กันน่าดูคนก็อยากได้ ส่วนตัวผู้เขียนได้มีโอกาสไปดู Bangkok Motor Show ที่สวนอัมพร เป็นปี 1989 หรือ 1990 ไม่แน่ใจ แต่มันสวยมากกับการบรรยายบนเวทีที่ว่า หลังคาแข็งหรืออ่อน คุณเลือกได้เอง สีแดงและรูปทรงของ NA คันนั้นมันโดนใจมากจนต้องตามหามาใช้งานกันเมื่อโตขึ้น

เนื่องจากในเวลานั้นเหล่าค่ายรถญี่ปุ่นกำลังขมักเขม่นในการสร้าง Marques (แบรนด์ย่อย) ของตัวเองขึ้นมาเพื่อผลประโยชน์แตกต่างกันไป เช่น อยากดูเท่ห์ อยากดูหรู อยากดูวัยรุ่น และอยากดูเป็นสากล เป็นต้น เวลาขายในตลาดสหรัฐหรือตลาดยุโรปจะได้ง่ายๆ กล่าวคือ Toyota สร้าง Lexus, Nissan สร้าง Infiniti, Honda สร้าง Acura, Mazda จึงสร้าง Eunos เช่นกัน

ในตลาดญี่ปุ่น Mazda จึงจับ Mazda MX-5 ไปแปะตรา Eunos Roadster ขายคู่กับ Eunos Presso (แปลงจาก Mazda MX-3 หรือ AZ-3 นั่นเอง แตกต่างไปในแต่ละ dealers ของ JP)

ตัวถังของ NA เป็นเหล็กทั้งหมด แต่ฝากระโปรงหน้าเป็นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา น้ำหนักตัวรวมแค่ 980 kg. ช่วงล่างปีกนกอิสระสี่ล้อพร้อมกันโคลง disc brake สี่ล้อ ล้ออัลลอยพร้อมยาง 185/60HR14 ซึ่งในตัวเริ่มต้นแอบใส่ล้อเหล็กหล่อ ตัวเดียวกับ Mazda 323/Protege ในเวลานั้นด้วย

NA ตัวแรก (ไทยเรียก "NA6") มาพร้อมเครื่อง B6ZE(RS) 1.6L. 115BHP. 138NM. ใช้แอร์โฟลว์ หัวฉีด ใช้เซนเซอร์แคมชาร์ฟแทนจายจ่าย ใช้แคมกับฟลายวีลแบบลดน้ำหนัก และอ่างน้ำมันเครื่องอลูมิเนียมพร้อมครีบระบายความร้อน วิ่ง 0-100km/h ใน 8.3 วินาที และ Top Speed ที่ 203km/h แม้ว่าตัวญี่ปุ่นจะจำกัดความเร็วที่ 180 km/h

5 เกียร์ ยกมาจาก Mazda 929/ Luce ที่ขับหลังเหมือนกัน ซึ่งตัวคันเกียร์กับหัวเกียร์ก็เป็นเรื่องใหญ่ตอนออกแบบ เพราะวิศวกรต้องการให้ระยะสับ มันชิดๆ เข้าเกียร์ไวๆสั้นๆ แบบใช้แรงนิดเดียว

ในตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐ ถ้าคุณเลือก MT คุณจะเอา option เฟืองท้ายLSD ด้วยก็ได้ /แต่ AT มีแต่เฟืองท้ายปกติให้เลือก และ AT ก็ไม่เป็นที่นิยมด้วย

สำหรับตัวเริ่มต้น Mazda อยากกดราคาให้เริ่มต้นมากๆ (13,995 USD ในตลาดสหรัฐ) ตัวรถเลยมาพร้อมล้อเหล็กหล่อและกระจกมือหมุน (พวงมาลัยไม่มีพาวเวอร์* ไม่มีวิทยุ* ไม่มีแอร์*) ในปีแรกๆ (ซึ่งตัว*มีการใส่เพิ่มมาให้แล้วในปีท้ายๆ)

ในแต่ละตลาดประเทศ มีรุ่นย่อยปกติ และรุ่นย่อยพิเศษมากมายออกมา

A Package; ให้พวงมาลัยpowerหุ้มหนัง,ล้ออัลลอย, วิทยุเทปstereo

B Package; เพิ่มกระจกไฟฟ้า, cruise control และลำโพงออกพนักพิงศีรษะที่หัวเบาะ

C Package; เพิ่มภายใน, หลังคา และเบาะหนังสีแทน

R Package (ดู "รุ่นพิเศษ" ตอนที่ 2/2)

และในปี 1994, NA ก็ถึงเวลา Minor Change (ไทยเรียก NA8) น้ำหนักก็เพิ่มมาที่ 990kg. โดยได้เครื่อง BP-ZE 1.8L มาประจำการ 131HP และปรับเป็น 133HP ในปี 1996 แต่ในบางตลาดเช่นในยุโรป เครื่อง 1.6L ยังคงทำขายอยู่ควบคู่ไปด้วย เป็นรุ่นเริ่มต้นและ tune แรงม้าลงมาที่ 89 BHP เพื่อแยกความต่างของเครื่องทั้งสองตัวให้ชัดเจน และรุ่นเริ่มต้นนี้ไม่ได้รับการ upgrade chassis ตามข้างล่างด้วย

Chassis ได้รับการปรับปรุงเช่นการเพิ่ม track bar ด้านหน้า ด้านหลัง และตรงช่วงแกนติดตั้งเข็มขัดนิรภัย เพื่อให้ผ่านการทดสอบการชนด้านข้างแบบมาตรฐานใหม่

มาพร้อม Airbagsคู่ และ เฟืองท้ายLSD ให้มาในตลาดที่จำหน่ายในบางตลาดประเทศ

ตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐมี option เฟืองท้าย TORSEN LSD ที่ทนกว่าแบบเก่ามาก

ในปี 1997 เป็นปีสุดท้ายของ NA ในตลาดสหรัฐออกรุ่น Special Touring Option (STO) 1,500 คัน (แต่ยังไม่นับรวมถึงรุ่น Berkeley Limited Edition 400 คัน ขายในตลาดอังกฤษ)


Mazda MX-5, The Introduction
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=260348211170301&id=260183984520057

ประวัติ Mazda MX-5 (NA) (1989-1997) ตอนที่ 1 (1/2)
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=263095137562275&id=260183984520057

========
Facebook Page: ทุกเรื่องที่มีล้อ และวิ่งได้

ขอบคุณทุก Follows และทุก Likes ครับ
========

เพจสอนภาษาอังกฤษ

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=964273607053218&id=950904501723462

========
Facebook Page: GTG and Students
.
Thanks for all your Follows and Likes
.
Instagram: GTG and Students
Twitter: GTG and Students
========
Photos are courtesy of youtube.com, standardtransmission.blogspot, ebay.com, autooilis.wordpress.com, getcardata.com, asiamotoren.de,
28
Miata ห้องนั่งเล่น / Re: Mazda MX-5, The Introduction.
« กระทู้ล่าสุด โดย 7eleven เมื่อ มีนาคม 02, 2018, 02:47:42 PM »
ติดตามครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ
29
Miata ห้องนั่งเล่น / Re: Mazda MX-5, The Introduction.
« กระทู้ล่าสุด โดย MIATA TURBO เมื่อ กุมภาพันธ์ 28, 2018, 09:43:20 AM »
Khun Joke เมื่อไหร่จะกลับมาครับ? กลับมา ND เลยรึเปล่าครับ?
 :line114:
30
Miata ห้องนั่งเล่น / Re: Mazda MX-5, The Introduction.
« กระทู้ล่าสุด โดย Joke_Jordan เมื่อ กุมภาพันธ์ 27, 2018, 05:27:06 PM »
โอ้ว ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ ^^
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10